วันพฤหัสบดีที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2551

กลุ่มเสื้อแดงจี้“ชวรัตน์”ยุบสภา อ้างทหารอยู่หลังปชป.จัดตั้งรบ.

กลุ่มนปช. ยกพวกยื่นหนังสือถึง“ชวรัตน์” เพื่อเรียกร้องให้ยุบสภา อ้างทหารอยู่เบื้องหลังพรรคประชาธิปัตย์จัดตั้งรัฐบาล เชื่อ"ทักษิณ" โฟนอินจะดึง ส.ส.กลับพรรคเพื่อไทยได้

(11ธ.ค.) เวลา 11.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไท แนวร่วมประชาธิปไตยแห่งชาติ (นปช.) พร้อมด้วยสมาชิกเครือข่าย อาทิน.พ.แหวง โตจิราการ คณะกรรมการประชาชนแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2550 (คปพร.) น.พ.สันต์ หัตถีรัตน์ กรรมการมูลนิธิประชาธิปไตย นางประทีป อึ้งทรงธรรม ฮาตะ กรรมการสมาพันธ์ประชาธิปไตย เข้ายื่นหนังสือต่อนายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรีผ่านทาง นางสาวศุภรัตน์ นาคบุญนำ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลพิจารณาและดำเนินการตราพระราชกฤษฎีกายุบสภา

เพราะขณะนี้สถานการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้เกิดความสับสนวุ่นวาย โดยเฉพาะภายหลังจากที่คณะกรรมการตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมีมติยุบพรรค 3 พรรคการเมือง กระทั่งมีการย้ายพรรคเปลี่ยนขั้วในการแย่งชิงผลประโยชน์ในการจัดตั้งรัฐบาล นอกจากนี้ยังมีข่าวด้วยว่ามีนายทหารบางคนในกองทัพอยู่เบื้องหลังการจัดตั้งรัฐบาล ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ทหารเคยออกมาเรียกร้องไม่ให้การเมืองเข้าไปแทรกแซงกองทัพ แต่วันนี้กองทัพออกมาแทรกแซงและอยู่เบื้องหลังการจัดตั้งรัฐบาล

จากหนังสือพิมพ์ คมชัดลึก วันที่ 11 ธันวาคม 2551

วันจันทร์ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2551

แพ้เพราะทหาร

หลงทางเสียเวลา หลงติดยาเสียอนาคต
ไม่รู้ว่าใครคิดคำขวัญนี้เพื่อต่อต้านยาเสพติด และมันได้กลายเป็นคำขวัญที่ขึ้นป้ายติดทั่วบ้านทั่วเมือง

หลงทางเสียทั้งเวลา เสียเงินเสียทอง และเหนื่อย แต่การหลงทางคราวนี้มีคุณต่อการเมืองไทยเป็นอย่างยิ่ง เป็นการย้ำชัดว่าประเทศชาติของเรามี “พระสยามเทวาธิราช” ปกป้องดูแลอยู่จริงๆ จึงทำให้แกนนำพรรคการเมืองที่จะไปพบบิ๊กทหารในกรมการทหารราบที่ 1 รักษาพระองค์ ถนนวิภาวดีรังสิต เมื่อราวๆ 4 โมงเย็น อาทิตย์ 6 ธ.ค.51 ก่อนที่จะแถลงข่าวที่โรงแรมสุโขทัย ถนนสาทรใต้ ประกาศหนุนพรรคประชาธิปัตย์เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลใหม่ ดัน “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” ให้เป็นนายกรัฐมนตรี สมอยากซะที เกิดหลงทาง

ฝ่ายประชาธิปัตย์ไม่ใช่ขี้ไก่ ฝีมือทางการเมืองดีเยี่ยม มีคนช่วยเยอะ พ่อค้าวานิชในสังกัด สมาคมธนาคารไทย สภาหอการค้า สภาอุตสาหกรรม ปูพรมกำมะหยี่สีแดงนุ่นตีนให้เดิน สร้างกระแสให้พรรคร่วมรัฐบาลเปลี่ยนขั้ว เพื่อดับวิกฤติการเมือง

กระแสขานรับลึ่มๆ
หนังสือพิพม์ก็เชียร์

แต่เพราะหลงทาง ไม่รู้ว่า “มูลนิธิป่ารอยต่อ 3 จังหวัด” สถานที่ที่จะไปรับคำบงการจากนายทหารใหญ่ คมช.เก่าอยู่ตรงไหน ก็เลยต้องไปลงรถที่ปั๊ม ปตท.ริมถนนวิภาวดี หน้า ร.1 รอ. แล้วขึ้นรถตู้คันเดียวกันเข้าไป

ก็เลยกลายเป็นที่เอิกเกริก นักข่าวก็เลยรู้ ความก็เลยแตก

ทันทีที่ข่าวสะพัดออกไปว่า ทหารคือคนจัดการตั้งรัฐบาลชุดใหม่ กระแสสังคมก็ตีกลับทันที

แม้ว่าคนเมืองจะเกลียดทักษิณปานใดก็ตาม แต่เกลียดทหารเผด็จการมากกว่า เมื่อรู้ว่าทหารเป็นอีแอบอยู่หลังรัฐบาลใหม่ ก็พากันถอยฉากออกมาหมด ไม่มีใครพูดเชียร์อีกเลย

“บรรหาร ศิลปอาชา” ยืนยันกับนักข่าวหลังจาก “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” หอบดอกกุหลาบแดงเข้าพบเมื่อตอนบ่าย 2 โมงจันทร์ 8 ธ.ค.51 ว่า อภิสิทธิ์ไม่ได้มาเชิญร่วมรัฐบาล แค่มาคุยเพราะไม่ได้เจอกันนาน และเมื่อนักข่าวคะยั้นคะยอถามว่า อภิสิทธิ์มีแววเป็นนายกฯ หรือไม่ บรรหารตอบว่า

“คุณก็ดูสิ ถ้ามีแววก็เป็นได้ ไม่อยากฟันธง”
บรรหารไม่ฟันธงนะอภิสิทธิ์เอ๋ย

เผด็จการสั่งให้ยุบพรรคชาติไทย ล้างตระกูลศิลปอาชาออกจากการเมืองไทย จะไม่ให้บรรหารแค้นเลยรึ

สำหรับ “เสนาะ เทียนทอง” ป๋าได้วิเคราะห์ขาดไปนานแล้ว ถ้าอภิสิทธิ์เป็นนายกรัฐมนตรี ก็จะเหยียบอีสานกับเหนือไม่ได้ จึงมั่นคงอยู่กับปีกเพื่อไทย และก็ไม่ต้องถามด้วยว่าป๋าจะพลิกอีกหรือไม่ รับรองไม่พลิกเพราะรายชื่อกลุ่ม ส.ส.ที่เพื่อไทยยื่นขอเปิดประชุมสภาผู้แทนฯ เพื่อเลือกนายกฯ นั้น 5 ส.ส.ประชาราชเซ็นครบ

“ถ้าถอยเป็นหมา”
“บุญจง วงศ์ไตรรัตน์” หนึ่งในกลุ่มเพื่อนเนวินที่เหลืออยู่พูดอย่างนี้เพื่อเป็นการยืนยันว่า 32 คนครบแน่

เดี๋ยวก็รู้ใครเป็นหมามั่ง…บุญจงเอ้ย
นักข่าวฝรั่งส่วนมากมองความเป็นไปในไทยทะลุละเอียดยิบ และเขียนบทความวิเคราะห์การเมืองไทยได้มันส์มาก อย่างเช่น นิตยสารรายสัปดาห์ Newsweek ฉบับล่าสุด 6 ธ.ค.51 ชื่อเรื่อง Thailand Slides Toward Civi War เขียนโดย George Wehrfritz กับ Jaimie Seaton มันส์สะแด่ว

ท่อนหนึ่งเขียนไว้ว่า
More than two years later, the old elite is still struggling to exorcise Thaksin's ghost. The man himself now lives in exile in Dubai to avoid jail following his conviction this year on corruption charges. But he speaks frequently to supporters by video link and claims fealty from the coalition elected in a landslide in late 2007 led by remnants of his Thai Rak Thai Party. Now officially banned twice, it has again begun to reconstitute itself, this time as Puea Thai, and likely will maintain its sway over Parliament's powerful lower house. This resilience has broken a historical pattern whereby democratic movements crushed by Thailand's military stayed down. “The rural grassroots have been awakened,” says Thitinan, “and they are not going back to sleep.”

แปลเป็นไทยโดยสรุปได้ว่า มากกว่า 2 ปีแล้ว พวกชนชั้นสูงโบราณในไทยก็ยังพยายามประกอบพิธีกรรมไล่ผีทักษิณ แต่ทักษิณก็ยังติดต่อกับผู้สนับสนุนด้วยวีดีโอคลิป ขณะนี้พรรคการเมืองของเขาถูกยุบทั้ง 2 พรรค แต่ก็ได้ร่วมกับพรรคพวกที่เหลือฟื้นฟูพรรค “เพื่อไทย” ซึ่งดูเหมือนว่าจะมีอิทธิพลเหนือสภาผู้แทนราษฎร การฟื้นฟูพรรคทำให้ไปทำลายประวัติศาสตร์การเมืองของฝ่ายทหาร ที่จะเข้ามากดบีบการเมือง ให้ทหารยังอยู่ในสภาพไร้เรี่ยวแรงอยู่ ซึ่งมันทำให้คนรากหญ้าในชนบทเกิดความตื่นตัว และจะไม่หันกลับนอนหลับอีกต่อไป

ก็ถือว่าฝรั่งรู้เรื่องเมืองไทยตรงดี คนบ้านนอกที่รักทักษิณตื่นตัวแล้วจริง มีปรากฏการณ์แล้วเมื่อ 6 ธ.ค.51 คนนครพนมยกไปล้อมบ้าน “ศุภชัย โพธิ์สุ” ส.ส.พปช.เดิม กลุ่มเนวิน บีบให้กลับมาหนุนเพื่อไทย

ณ วันที่ 8 ธ.ค.51 ปชป.ที่แพ้เพราะคนไทยรู้ทันแล้วว่ามีทหารใหญ่กระเตง

ประกอบกับหมากล่าสุดของทักษิณก็คือ สั่งเพื่อไทยเฉือนอวัยวะรักษาชีวิต

ยอมให้ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก หัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน เป็นนายกรัฐมนตรี

17 ธันวา 51 พล.ต.อ.ประชา จะจัดงานเลี้ยงฉลองสมรสให้ลูกชาย พ.ต.ท.จิรพัฒน์ พรหมนอก กับ ธนิฏฐา ดูอาร์ตี้ ที่ห้องแกรนด์ฮอลล์ โรงแรมพลาซ่าแอทธินี เวลา 16.30 น.

17 ธันวาฯ ถ้า พล.ต.อ.ประชา ขึ้นนั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรีแล้ว ห้องจัดเลี้ยงแตก

จากหนังสือพิมพ์ บ้านเมือง วันที่ 9 ธันวาคม 2551

วันอาทิตย์ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2551

จตุพรงัดปมหนีทหาร ขวางอภิสิทธิ์ขึ้นนั่งนายกฯ [7 ธ.ค. 51 - 06:42]

จตุพร พรหมพันธุ์ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ


นายจตุพร พรหมพันธุ์ อดีต ส.ส.สัดส่วน พรรคพลังประชาชน ในฐานะแกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวถึงการเปลี่ยนขั้วการเมือง ว่า จะยังไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ ก่อนวันที่ 13 ธันวาคม ที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จะโฟนอิน เข้าพูดคุยทุกเรื่องในรายการ "ความจริงวันนี้สัญจร" ที่สนามศุภชลาสัย

แกนนำ นปช. กล่าวต่อกรณี จะยอมให้พรรคประชาธิปัตย์จัดตั้งรัฐบาลหรือไม่ ว่า ขอภาวนา ให้จัดตั้งรัฐบาลให้ได้สำเร็จ เพราะมีหลักฐานว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ได้ผ่านการเกณฑ์ทหาร มั่นใจว่า นายอภิสิทธิ์ จะไม่ได้เป็นนายกรัฐมนตรี คนที่ 27 เชื่อว่าคงไม่มีการลงมติ ไม่มีการนำรายชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ และ นักการเมือง คงไม่โหวตคนหนีทหารมาเป็นนายกรัฐมนตรีแน่ๆ


จากหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ วันที่ 7 ธันวาคม 2551

วันเสาร์ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2551

'วรวัจน์' ชี้ 'พจมาน' กลับไทยไม่เกี่ยวการเมือง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (6 ธ.ค.) นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ระบุ การกลับประเทศไทยของคุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ อดีตภริยา พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี มาเพื่อปฏิบัติภารกิจส่วนตัว ไม่ข้องเกี่ยวกับพรรคเพื่อไทย ซึ่งการทำงานของพรรคเพื่อไทยเป็นเรื่องของ ส.ส. ที่ถูกบีบจากอำนาจนอกระบบ ที่ต้องการให้เปลี่ยนแปลงระบอบประชาธิปไตย ให้มารวมตัวกัน ดังนั้น จึงต้องร่วมกันต่อสู้เพื่อรักษาระบอบประชาธิปไตย และความศรัทธาของประชาชน
ต่อข้อถามถึงความชัดเจนของส.ส.กลุ่มเพื่อนเนวินจะมาสังกัดเพื่อไทยหรือไม่นั้น นายวรวัจน์ กล่าวว่า อยู่ที่การตัดสินใจของส.ส.แต่ละคนเพราะไม่ว่าจะอยู่พรรคไหนก็สามารถต่อสู้กับอำนาจนอกระบบที่มาบีบคั้นได้ ขณะเดียวกันยังไม่มีความชัดเจนของผู้ที่เหมาะสมมาดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคเพื่อไทย โดยจะต้องรอผลการประชุมพรรคในวันพรุ่งนี้ (7 ธ.ค.).

จากหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ฉบับวันที่ 6 ธันวาคม 2551

คดีขโมยของทำเนียบฯ สาวไม่ถึง แกนนําพธม. [6 ธ.ค. 51 - 04:17]

บรรยากาศที่ทำเนียบรัฐบาลเมื่อช่วงเช้าวันที่ 5 ธ.ค. มีเจ้าหน้าที่ทำความสะอาดจากสำนักงานเขตดุสิตกว่า 100 คน มาเก็บกวาดขยะหลังตึกนารีสโมสรและรอบตึกต่างๆ ที่ได้รับความเสียหาย เป็นวันที่ 3 โดยเฉพาะตึกบัญชาการ 1 และ 2 เพื่อให้เสร็จสิ้นทันก่อนวันจันทร์ที่ 8 ธ.ค. ซึ่งเป็นวันที่ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ประจำทำเนียบฯ จะกลับมาทำงานตามปกติ หลังจากต้องระเหเร่ร่อนไปทำงานที่อื่นกว่า 6 เดือน ส่วนที่ประตูทางเข้าทำเนียบทุกจุด มีเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก กก. 4 กองบังคับการตำรวจสันติบาล 2 คอยรักษาความปลอดภัยตลอดเวลา โดยห้ามไม่ให้บุคคลที่ไม่มีหน้าที่เกี่ยวข้องเข้าไปในทำเนียบฯ อย่างเด็ดขาด และในเวลา 10.00 น. ผอ.กองสถานที่และเจ้าหน้าที่ทำเนียบรัฐบาลจำนวนหนึ่ง นำพวงมาลัยดอกดาวเรืองขึ้นไปสักการะพระพรหมบนดาดฟ้าตึกไทยคู่ฟ้าและช่วยกันทำความสะอาดรอบฐานพระพรหม และใน วันที่ 6 ธ.ค.นี้ จะมีเจ้าหน้าที่จากกรมศิลปากรเข้ามาตรวจสอบความเสียหายของตัวตึกไทยคู่ฟ้า ตึกสันติไมตรี และตึกนารีสโมสร ซึ่งเป็นสถานที่ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานว่า ได้รับความเสียหายมาน้อยเพียงใด เพื่อที่จะได้ประเมินมูลค่าความเสียหายและเวลาที่จะต้องใช้ในการบูรณะซ่อมแซม

จงรักขู่มือขโมยของทำเนียบให้รีบคืน

พล.ต.อ.จงรัก จุฑานนท์ รอง ผบ.ตร. (ปป 3) กล่าวว่า การตรวจสอบที่ทำเนียบรัฐบาล พบว่ามีสิ่งของสูญหายไปจำนวนมาก เช่น รถยนต์ รถ จยย. ทีวีสีขนาด 42 นิ้ว ตู้เย็น กระติกน้ำไฟฟ้า โทรศัพท์มือถือ เครื่องโปรเจกเตอร์ เครื่องคอมพิวเตอร์ พระบูชากว่า 100 องค์ และเครื่องราชอิสริยาภรณ์เหรียญตราจำนวนมาก ผู้ที่หยิบไปย่อมมีความผิดฐานลักทรัพย์ ถ้านำไปจำหน่ายหรือเอาไปให้ผู้อื่น ผู้ที่รับไว้ไม่ว่าประการใดๆ ย่อมมีความผิดฐานรับของโจร จึงขอเตือนผู้ที่มีทรัพย์สินดังกล่าวไว้ในครอบครอง ทางที่ดีควรจะนำของมาคืนโดยเร็ว และแจ้งให้ตำรวจทราบด้วยว่าใครเอามาขายให้

คดีลักทรัพย์และรับของโจรยอมความไม่ได้

ผู้สื่อข่าวถามว่าแกนนำพันธมิตรฯจะต้องรับผิดชอบด้วยหรือไม่ พล.ต.อ.จงรัก ตอบว่าการกระทำผิดทางอาญา เป็นเรื่องของผู้กระทำผิดเป็นส่วนตัว ผู้ใดเอาไปหรือรับไว้ก็เป็นความผิดเฉพาะตัว คงจะไปเอาผิดกับแกนนำไม่ได้ เว้นแต่พิสูจน์ว่ามีส่วนรู้เห็นให้นำทรัพย์สินไป ซึ่งคงพิสูจน์ได้ยาก ถามว่าหากรัฐบาลไม่ติดใจเอาความจะได้หรือไม่ พล.ต.อ.จงรักตอบว่า คดีลักทรัพย์และรับของโจรเป็นความผิดทางอาญา ยอมความไม่ได้ ทุกอย่างต้องเป็นไปตามกฎหมาย หากไม่เอาความรัฐบาลทำได้เพียงอย่างเดียวคือ เสนอให้สภาออกกฎหมายยกเว้นการกระทำผิด ที่ผ่านมาการออกกฎหมายยกเว้น คงมีเฉพาะการปฏิวัติรัฐประหารที่กระทำไปแล้วเท่านั้น

จากหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ฉบับวันที่ 6 ธันวาคม 2551