วันจันทร์ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2551

แพ้เพราะทหาร

หลงทางเสียเวลา หลงติดยาเสียอนาคต
ไม่รู้ว่าใครคิดคำขวัญนี้เพื่อต่อต้านยาเสพติด และมันได้กลายเป็นคำขวัญที่ขึ้นป้ายติดทั่วบ้านทั่วเมือง

หลงทางเสียทั้งเวลา เสียเงินเสียทอง และเหนื่อย แต่การหลงทางคราวนี้มีคุณต่อการเมืองไทยเป็นอย่างยิ่ง เป็นการย้ำชัดว่าประเทศชาติของเรามี “พระสยามเทวาธิราช” ปกป้องดูแลอยู่จริงๆ จึงทำให้แกนนำพรรคการเมืองที่จะไปพบบิ๊กทหารในกรมการทหารราบที่ 1 รักษาพระองค์ ถนนวิภาวดีรังสิต เมื่อราวๆ 4 โมงเย็น อาทิตย์ 6 ธ.ค.51 ก่อนที่จะแถลงข่าวที่โรงแรมสุโขทัย ถนนสาทรใต้ ประกาศหนุนพรรคประชาธิปัตย์เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลใหม่ ดัน “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” ให้เป็นนายกรัฐมนตรี สมอยากซะที เกิดหลงทาง

ฝ่ายประชาธิปัตย์ไม่ใช่ขี้ไก่ ฝีมือทางการเมืองดีเยี่ยม มีคนช่วยเยอะ พ่อค้าวานิชในสังกัด สมาคมธนาคารไทย สภาหอการค้า สภาอุตสาหกรรม ปูพรมกำมะหยี่สีแดงนุ่นตีนให้เดิน สร้างกระแสให้พรรคร่วมรัฐบาลเปลี่ยนขั้ว เพื่อดับวิกฤติการเมือง

กระแสขานรับลึ่มๆ
หนังสือพิพม์ก็เชียร์

แต่เพราะหลงทาง ไม่รู้ว่า “มูลนิธิป่ารอยต่อ 3 จังหวัด” สถานที่ที่จะไปรับคำบงการจากนายทหารใหญ่ คมช.เก่าอยู่ตรงไหน ก็เลยต้องไปลงรถที่ปั๊ม ปตท.ริมถนนวิภาวดี หน้า ร.1 รอ. แล้วขึ้นรถตู้คันเดียวกันเข้าไป

ก็เลยกลายเป็นที่เอิกเกริก นักข่าวก็เลยรู้ ความก็เลยแตก

ทันทีที่ข่าวสะพัดออกไปว่า ทหารคือคนจัดการตั้งรัฐบาลชุดใหม่ กระแสสังคมก็ตีกลับทันที

แม้ว่าคนเมืองจะเกลียดทักษิณปานใดก็ตาม แต่เกลียดทหารเผด็จการมากกว่า เมื่อรู้ว่าทหารเป็นอีแอบอยู่หลังรัฐบาลใหม่ ก็พากันถอยฉากออกมาหมด ไม่มีใครพูดเชียร์อีกเลย

“บรรหาร ศิลปอาชา” ยืนยันกับนักข่าวหลังจาก “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” หอบดอกกุหลาบแดงเข้าพบเมื่อตอนบ่าย 2 โมงจันทร์ 8 ธ.ค.51 ว่า อภิสิทธิ์ไม่ได้มาเชิญร่วมรัฐบาล แค่มาคุยเพราะไม่ได้เจอกันนาน และเมื่อนักข่าวคะยั้นคะยอถามว่า อภิสิทธิ์มีแววเป็นนายกฯ หรือไม่ บรรหารตอบว่า

“คุณก็ดูสิ ถ้ามีแววก็เป็นได้ ไม่อยากฟันธง”
บรรหารไม่ฟันธงนะอภิสิทธิ์เอ๋ย

เผด็จการสั่งให้ยุบพรรคชาติไทย ล้างตระกูลศิลปอาชาออกจากการเมืองไทย จะไม่ให้บรรหารแค้นเลยรึ

สำหรับ “เสนาะ เทียนทอง” ป๋าได้วิเคราะห์ขาดไปนานแล้ว ถ้าอภิสิทธิ์เป็นนายกรัฐมนตรี ก็จะเหยียบอีสานกับเหนือไม่ได้ จึงมั่นคงอยู่กับปีกเพื่อไทย และก็ไม่ต้องถามด้วยว่าป๋าจะพลิกอีกหรือไม่ รับรองไม่พลิกเพราะรายชื่อกลุ่ม ส.ส.ที่เพื่อไทยยื่นขอเปิดประชุมสภาผู้แทนฯ เพื่อเลือกนายกฯ นั้น 5 ส.ส.ประชาราชเซ็นครบ

“ถ้าถอยเป็นหมา”
“บุญจง วงศ์ไตรรัตน์” หนึ่งในกลุ่มเพื่อนเนวินที่เหลืออยู่พูดอย่างนี้เพื่อเป็นการยืนยันว่า 32 คนครบแน่

เดี๋ยวก็รู้ใครเป็นหมามั่ง…บุญจงเอ้ย
นักข่าวฝรั่งส่วนมากมองความเป็นไปในไทยทะลุละเอียดยิบ และเขียนบทความวิเคราะห์การเมืองไทยได้มันส์มาก อย่างเช่น นิตยสารรายสัปดาห์ Newsweek ฉบับล่าสุด 6 ธ.ค.51 ชื่อเรื่อง Thailand Slides Toward Civi War เขียนโดย George Wehrfritz กับ Jaimie Seaton มันส์สะแด่ว

ท่อนหนึ่งเขียนไว้ว่า
More than two years later, the old elite is still struggling to exorcise Thaksin's ghost. The man himself now lives in exile in Dubai to avoid jail following his conviction this year on corruption charges. But he speaks frequently to supporters by video link and claims fealty from the coalition elected in a landslide in late 2007 led by remnants of his Thai Rak Thai Party. Now officially banned twice, it has again begun to reconstitute itself, this time as Puea Thai, and likely will maintain its sway over Parliament's powerful lower house. This resilience has broken a historical pattern whereby democratic movements crushed by Thailand's military stayed down. “The rural grassroots have been awakened,” says Thitinan, “and they are not going back to sleep.”

แปลเป็นไทยโดยสรุปได้ว่า มากกว่า 2 ปีแล้ว พวกชนชั้นสูงโบราณในไทยก็ยังพยายามประกอบพิธีกรรมไล่ผีทักษิณ แต่ทักษิณก็ยังติดต่อกับผู้สนับสนุนด้วยวีดีโอคลิป ขณะนี้พรรคการเมืองของเขาถูกยุบทั้ง 2 พรรค แต่ก็ได้ร่วมกับพรรคพวกที่เหลือฟื้นฟูพรรค “เพื่อไทย” ซึ่งดูเหมือนว่าจะมีอิทธิพลเหนือสภาผู้แทนราษฎร การฟื้นฟูพรรคทำให้ไปทำลายประวัติศาสตร์การเมืองของฝ่ายทหาร ที่จะเข้ามากดบีบการเมือง ให้ทหารยังอยู่ในสภาพไร้เรี่ยวแรงอยู่ ซึ่งมันทำให้คนรากหญ้าในชนบทเกิดความตื่นตัว และจะไม่หันกลับนอนหลับอีกต่อไป

ก็ถือว่าฝรั่งรู้เรื่องเมืองไทยตรงดี คนบ้านนอกที่รักทักษิณตื่นตัวแล้วจริง มีปรากฏการณ์แล้วเมื่อ 6 ธ.ค.51 คนนครพนมยกไปล้อมบ้าน “ศุภชัย โพธิ์สุ” ส.ส.พปช.เดิม กลุ่มเนวิน บีบให้กลับมาหนุนเพื่อไทย

ณ วันที่ 8 ธ.ค.51 ปชป.ที่แพ้เพราะคนไทยรู้ทันแล้วว่ามีทหารใหญ่กระเตง

ประกอบกับหมากล่าสุดของทักษิณก็คือ สั่งเพื่อไทยเฉือนอวัยวะรักษาชีวิต

ยอมให้ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก หัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน เป็นนายกรัฐมนตรี

17 ธันวา 51 พล.ต.อ.ประชา จะจัดงานเลี้ยงฉลองสมรสให้ลูกชาย พ.ต.ท.จิรพัฒน์ พรหมนอก กับ ธนิฏฐา ดูอาร์ตี้ ที่ห้องแกรนด์ฮอลล์ โรงแรมพลาซ่าแอทธินี เวลา 16.30 น.

17 ธันวาฯ ถ้า พล.ต.อ.ประชา ขึ้นนั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรีแล้ว ห้องจัดเลี้ยงแตก

จากหนังสือพิมพ์ บ้านเมือง วันที่ 9 ธันวาคม 2551

2 ความคิดเห็น:

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

เราต้องช่วยกันรักษาประเทศ

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

เราต้องช่วยกัน

เพื่อจะไม่ให้เกิดวิกฤติทางการเมือง

จะได้ปกครองระบบประชาธิปไตย